กองทุนเงินทดแทน(ภาษาลาว) | Passport | Visa | Workpermit

1. กองทุนเงินทดแทน คืออะไร?
กองทุนเงินทดแทน คือกองทุนที่จ่ายเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างแทนนายจ้าง เมื่อลูกจ้างประสบอันตราย เจ็บป่วย ถึงแก่ความตาย หรือสูญหาย เนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง โดยไม่คำนึงถึงวัน เวลา และสถานที่ แต่จะดูสาเหตุที่ทำให้ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
2. เงินสมทบ คืออะไร
เงินสมทบ คือ เงินที่นายจ้างจ่ายเข้ากองทุนเงินทดแทนแต่เพียงฝ่ายเดียว จะเรียกเก็บจากนายจ้างเป็นรายปี โดยประเมินจำนวนเงินค่าจ้างที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างทั้งปีรวมกัน (คนละไม่เกิน 240,000 บาทต่อปี) คูณกับอัตราเงินสมทบของประเภทกิจการระหว่างอัตรา 0.2-1.0% โดยนายจ้างแต่ละประเภทจะจ่ายในอัตราเงินสมทบหลักที่ไม่เท่ากัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการเสี่ยงภัย ตามรหัสประเภทกิจการของนายจ้างนั้น
3. เงินสมทบตามค่าประสบการณ์
เพื่อ
ให้นายจ้างให้ความสนใจในการจัดสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยรวมทั้งอุปกรณ์ป้องกันให้แก่ลูกจ้างให้ทำงานได้อย่างปลอดภัยหลังจากนายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบตามอัตราหลัก 4 ปีติดต่อกันแล้วจะมีการคำนวณอัตราส่วนการสูญเสียเพื่อลดหรือต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นจากอัตราเงินสมทบหลักที่นายจ้างต้องจ่ายในครั้งแรกที่ขึ้นทะเบียนโดยจะเริ่มจ่ายเงินตามอัตราประสบการณ์ ตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไป
4. กิจการใดบ้าง ที่ได้รับการยกเว้นโดยไม่ต้องจ่ายเงินสบทบ?

  • ราชการส่วนกลาง/ส่วนภูมิภาค/ส่วนท้องถิ่น
  • รัฐวิสาหกิจ
  • นายจ้าง ซึ่งประกอบธุรกิจโรงเรียนเอกชนตามกฎหมาย ว่าวด้วยโรงเรียนเอกชน
  • นายจ้างที่ด าเนินกิจการที่มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาก าไรทางเศรษฐกิจ
  • นายจ้างอื่นตามที่ก าหนดในกฎกระทรวง

5. กำหนดเวลายื่นแบบขึ้นทะเบียน
นายจ้าง
มีหน้าที่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนกองทุนเงินทดแทน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คน
6. สถานที่ยื่นแบบขึ้นทะเบียน
ก าหนด
ให้นายจ้างยื่นแบบขึ้นทะเบียนได้ ณ ท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่
7. เอกสารที่ต้องน ามาในวันยื่นขึ้นทะเบียน

  • แบบขึ้นทะเบียน (แบบ สปส.1-01) ใช้ชุดเดียวกับการขึ้นทะเบียนกองทุนประกันสังคม
  • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือสำเนาใบทะเบียนพาณิชย์
  • สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.20) หรือ สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (แบบ ร.ง.4)
  • แผนที่ตั้งของสถานประกอบการ หรือโรงงานของนายจ้าง
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านเจ้าของกิจการและผู้รับมอบอำนาจ
  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

8. หากนายจ้างมีสำนักงานหลายสาขา จะยื่นแบบขึ้นทะเบียนได้ที่ไหน?
นายจ้าง
ที่มีสำนักงานสาขา หรือมีลูกจ้างทำงานในหลายจังหวัด จะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียน และจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนรวมกันเพียงแห่งเดียว ณ เขตท้องที่ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของส านักงานใหญ่ โดยแจ้งรายละเอียดสถานที่ตั้งและจำนวนลูกจ้างของสาขาไว้ด้วย
9. สิ่งที่นายจ้างได้รับภายหลังการขึ้นทะเบียน
1. เลขที่บัญชี
ซึ่งจะเป็นเลขเดียวกับกองทุนประกันสังคมเพื่อใช้อ้างอิงในการติดต่อ
2. ใบประเมินเงินสมทบ เพื่อแจ้งให้นายจ้างทราบถึงจำนวนเงินสมทบที่จะต้องจ่ายเข้ากองทุนพร้อมทั้งกำหนดวันที่ ซึ่งนายจ้างจะต้องนำเงินมาจ่าย
3. หนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียน
10. นายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบประจำปีเมื่อใด?
กองทุนเงินทดแทน
จะเรียกเก็บเงินสมทบจากนายจ้างเป็นรายปี (ปีละ 1 ครั้ง) โดยในปีแรกนายจ้างจะต้องจ่ายเงินสมทบ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คน สำหรับ ปีต่อๆ ไป จ่ายภายในเดือนมกราคมของทุกปี เงินสมทบที่เรียกเก็บต้นปี คิดมาจากจำนวนเงินค่าจ้างที่ประมาณการไว้ล่วงหน้า ซึ่งอาจไม่เท่ากับค่าจ้างจริงที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากในระหว่างปีนายจ้างอาจมีการเพิ่มหรือลดจำนวนลูกจ้าง ปรับอัตราค่าจ้าง เป็นต้น ดังนั้น ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีนายจ้างต้องแจ้งจำนวนค่าจ้างรวมทั้งปีของปีที่ผ่านมาไปยังสำนักงานประกันสังคมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อจะได้นำไปเปรียบเทียบกับเงินสมทบที่เก็บไว้เมื่อต้นปี หากจำนวนค่าจ้างจริงของปีที่ผ่านมาสูงกว่าค่าจ้างที่ประมาณไว้ เป็นเหตุให้เงินสมทบที่เก็บไว้เมื่อปีที่ผ่านมาน้อยกว่า ก็จะเรียกเก็บเพิ่มภายใน 31 มีนาคม หากจำนวนเงินค่าจ้างรวมทั้งปีต่ำกว่าเดิมทำให้เงินสมทบที่เรียกเก็บสูงกว่าความเป็นจริง เมื่อตรวจบัญชีของนายจ้างแล้ว หากค่าจ้างต่ำกว่าที่ประเมินไว้จะได้รับเงินสมทบส่วนที่จ่ายเกินคืน
11. การรายงานค่าจ้าง
นายจ้าง ต้องรายงานค่าจ้างภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีการไม่รายงานค่าจ้างภายในกำหนดอาจมีผลทำให้นายจ้างต้องชำระเงินเพิ่ม หากเงินที่เรียกเก็บในปีที่ผ่านมาต่ำไป นายจ้างรายใดไม่จ่ายเงินสมทบภายในกำหนดเวลา หรือจ่ายเงินสมทบไม่ครบจำนวน ต้องเสียเงินเพิ่มอีก 3.0% ต่อเดือนของเงินสมทบที่ที่ต้องจ่าย
12. เมื่อใดที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับการคุ้มครอง?
สิทธิ
เกิดขึ้นทันทีนับตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงานให้นายจ้างง
13. การประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน หมายความว่าอย่างไร?
หมายความว่า
การที่ลูกจ้างได้รับอันตรายแก่กายหรือผลกระทบแก่จิตใจหรือถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงานหรือป้องกันรักษาประโยชน์ให้นายจ้าง หรือทำตามคำสั่งของนายจ้าง
14. การเจ็บป่วยด้วยโรคเนื่องจากการท างาน หมายความว่าอย่างไร?
สาเหตุของการเจ็บป่วยเกิดขึ้นตามลักษณะ หรือสภาพของงานซึ่งสำนักงานประกันสังคมประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขจัดตั้งคลินิกโรคจากการทำงาน โดยมีแพทย์อาชีวเวชศาสตร์เป็นผู้ตรวจวินิจฉัยโรค หากลูกจ้างสงสัยโปรดติดต่อได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขาทุกแห่ง
15. สูญหาย หมายความว่าอย่างไร?
การ
ที่ลูกจ้างหายไปในระหว่างการทำงานหรือปฏิบัติตามค าสั่งของนายจ้างซึ่งมีเหตุอันควรเชื่อว่าลูกจ้างถึงแก่ความตายเพราะประสบเหตุอันตรายที่เกิดขึ้นในระหว่างการท างานหรือปฏิบัติตามคำสั่งของนายจ้างนั้น รวมตลอดถึงการที่ลูกจ้างหายไปในระหว่างเดินทางโดยพาหนะทางบก อากาศ หรือทางน้ าเพื่อไปทำงานให้นายจ้าง ซึ่งมีเหตุอันควรเชื่อว่าพาหนะนั้นได้ประสบเหตุอันตรายและลูกจ้างถึงแก่ความตายทั้งนี้ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 180 วัน นับแต่วันที่เกิดเหตุ
16. เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการท างาน จะได้รับอะไรบ้าง?
ได้รับเงินทดแทน
ซึ่งประกอบด้วย ค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทนรายเดือน ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน และค่าทำศพ

  • ค่ารักษาพยาบาล ได้รับเงินเท่าใด?
    มีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 50,000 บาทต่อการประสบอันตราย 1 ครั้งหากมีอาการเจ็บป่วยรุนแรงหรือเรื้อรัง จ่ายเพิ่มอีก 100,000 บาท ไม่เกิน 300,000 บาท หากไม่เพียงพอสามารถเบิกได้ไม่เกิน 1,000,000 บาท โดยคณะกรรมการการแพทย์พิจารณาและคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนเห็นชอบ
  • กรณีแพทย์ให้หยุดพักรักษาตัว จะได้รับสิทธิอะไรบ้าง?
    ได้รับ
    ค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทนจำนวน 60% ของค่าจ้างรายเดือน หากต้องหยุดพักรักษาตัวติดต่อกัน 3 วันขึ้นไป แต่ไม่เกิน 1 ปี
  • กรณีสูญเสียอวัยวะ จะได้รับอะไรบ้าง?
    ได้รับ
    ค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทน จำนวน 60% ของค่าจ้างรายเดือนในการหยุดพักรักษาตัวและค่าทดแทน 60% ของค่าจ้างรายเดือน ตามการสูญเสียอวัยวะ แต่ไม่เกิน 10 ปี ทั้งนี้ การประเมินการสูญเสียอวัยวะ ลูกจ้างต้องได้รับการรักษาพยาบาลทางการแพทย์จนสิ้นสุดการรักษา และอวัยวะคงที่ไม่มี
    การเปลี่ยนแปลง หรือเมื่อพ้นก าหนดระยะเวลาหนึ่งปี นับแต่วันที่ลูกจ้างประสบอันตรายหากลูกจ้างจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูจะได้รับค่าฟื้นฟูสามารถเบิกค่าใช้จ่าย ดังนี้
    * ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูด้านการแพทย์และอาชีพ เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 24,000 บาท
    * ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานไม่เกิน 40,000 บาท
  • กรณีทุพพลภาพ จะได้รับอะไรบ้าง?
    ได้รับ
    ค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทนจำนวน 60% ของค่าจ้างรายเดือน ในกรณีไม่สามารถท างานได้เกิน 3 วันขึ้นไป แต่ไม่เกิน 1 ปี ฯลฯ และค่าทดแทน 60% ของค่าจ้างรายเดือน กรณีทุพพลภาพเป็นเวลาไม่เกิน 15 ปี และมีสิทธิได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพตามหลักเกณฑ์ที่ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานกำหนด
  • กรณีถึงแก่ความตายหรือสูญหาย จะได้รับอะไรบ้าง
    ได้รับ
    ค่าทำศพ เป็นเงิน 100 เท่าของอัตราสูงสุดของค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน และค่าทดแทน 60%ของค่าจ้างรายเดือน เป็นเวลา 8 ปี
    22. ค่าทดแทน จะได้รับเมื่อใดและจ านวนเท่าใด
    เมื่อ
    มีการหยุดงาน สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ ตาย หรือสูญหาย จะได้รับค่าทดแทนในอัตรา 60%ของค่าจ้างรายเดือน และต้องไม่ต่ ากว่าค่าจ้างรายวันขั้นต่ าของแต่ละท้องที่และไม่เกิน 12,000 บาทต่อเดือน

17. ถ้าลูกจ้างตายหรือสูญหาย ใครเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินทดแทน?
ผู้มีสิทธิได้รับเงินทดแทน ได้แก่
1. บิดา/มารดา ทั้งนี้ บิดาจะต้องจดทะเบียนสมรสกับมารดา
2. สามี/ภรรยา จะต้องจดทะเบียนสมรสกัน
3. บุตรที่มีอายุต่ ากว่า 18 ปี
เว้นแต่ เมื่อมีอายุครบ 18 ปี และยังศึกษาอยู่ในระดับที่ไม่สูงกว่าปริญญาตรี ให้ได้รับส่วนแบ่งต่อไปตลอดระยะเวลาศึกษาอยู่
4. บุตรที่มีอายุตั้งแต่สิบแปดปีและทุพพลภาพหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบซึ่งอยู่ในอุปการะของลูกจ้างก่อนลูกจ้างถึงแก่ความตายหรือสูญหาย
5. บุตรซึ่งเกิดภายใน 310 วัน นับแต่วันที่ลูกจ้างถึงแก่ความตาย หรือวันที่เกิดเหตุสูญหาย มีสิทธิรับเงินทดแทนนับแต่วันคลอด
6. หากไม่มีบุคคลดังกล่าวข้างต้นให้ผู้อยู่ในความอุปการะของลูกจ้างซึ่งเดือดร้อนเพราะขาดอุปการะ เป็นผู้มีสิทธิ

18. การเข้ารับการรักษาพยาบาลทำอย่างไร 
นายจ้างต้องปฏิบัติอย่างไรบ้างเมื่อลูกจ้างประสบอันตราย?
จัด
ให้ลูกจ้างได้รับการรักษาพยาบาลทันทีในสถานพยาบาลใดก็ได้ โดยสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อน หรือใช้แบบ กท.44 ส่งตัวลูกจ้างเข้ารับการรักษา หากสถานพยาบาลนั้นเป็นสถานพยาบาลในความตกลงของกองทุนเงินทดแทน โดยนายจ้างต้องแจ้งการประสบอันตรายตามแบบ กท.16 และส าเนาแบบส่งตัวลูกจ้างเข้ารักษาพยาบาล (กท.44) ต่อส านักงานประกันสังคมที่ลูกจ้างประจ าท างานอยู่ ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบการประสบอันตรายของลูกจ้าง

19. การแจ้งการประสบอันตราย ทำโดยวิธีใดบ้าง?
* นายจ้างหรือผู้รับมอบอำนาจ แจ้งตามแบบ กท.16 โดยยื่นเรื่อง ณ สำนักงานประกันสังคมหรือส่งทางไปรษณีย์
* การแจ้งการประสบอันตราย นายจ้างและลูกจ้างต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ ประวัติการรักษาพยาบาล และหลักฐานการปฏิบัติงานประกอบการพิจารณา เช่น การลงเวลาทำงาน รวมทั้งให้ข้อเท็จจริง จะทำให้พนักงานเจ้าหน้าที่วินิจฉัยเรื่องได้รวดเร็ว

20. ลูกจ้างหรือผู้มีสิทธิต้องยื่นคำร้องขอรับเงินทดแทนภายในกี่วัน
ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ประสบอันตรายเจ็บป่วยหรือสูญหาย หากการเจ็บป่วยหรือเกิดโรคจากการทำงานหลังสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างให้ยื่นคำร้องภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ทราบการเจ็บป่วย

21. จะเบิกค่ารักษาพยาบาลได้อย่างไร?
กรณี
นายจ้างหรือลูกจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อนให้นำใบเสร็จรับเงินมาเบิกคืนได้ ภายใน90 วัน นับแต่วันที่จ่ายแต่ถ้าทำการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลที่ทำความตกลงกับกองทุนเงินทดแทนสถานพยาบาลนั้นจะเรียกเก็บเงินจากกองทุนโดยตรงและขอให้นายจ้างตรวจสอบค่ารักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลทุกครั้งที่ส่งตัวลูกจ้างเข้ารักษาพยาบาล ซึ่งการจ่ายค่ารักษาพยาบาลจะจ่ายตามราคาประกาศของสถานพยาบาลที่ประกาศให้ประชาชนทราบ ทั้งนี้ ไม่เกินจากที่กฎกระทรวงกำหนด

22. ช่องทางการรับเงิน รับได้ทางใด เมื่อมารับเงินใช้หลักฐานอะไรบ้าง?
1. รับที่สำนักงานประกันสังคมที่นับผิดชอบโดยรับเงินด้วยตัวเอง ใช้หลักฐานคือ บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้ซึ่งมีรูปถ่าย หากไม่ได้มารับด้วยตนเองจะต้องมีใบมอบฉันทะพร้อมทั้งบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบมาแสดง
2. รับทางธนาณัติ
3.รับผ่านบัญชีออมทรัพย์ธนาคาร 2 แห่งคือ ธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) และ ธนาคารกรุงศรีอยุทธยา จำกัด (มหาชน)

23. คลีนิคโรคจากการทำงาน คืออะไร ?
กระทรวงแรงงานและกระทรวงสาธารณะสุข ตระหนักถึงกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าและสำคัญของประเทศโดยได้จัดทำข้อตกลงความร่วมมือการจัดตั้ง “โครงการศูนย์โรคจากการทำงาน” ขึ้นเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2548

  • วัตถุประสงค์
    – จัดให้มีระบบการดูเเลสุขภาพและการวินิจฉัยโรคจากการทำงานของลูกจ้าง
    – ดูแล รักษา หลังจากการเกิดโรคและอุบัติเหตุ
    – พัฒนาคลีนิคอาชีวเวชศาสตร์และเครือข่าย ตลอดจนเเนวทางการวินิจฉัยที่เป็นมาตรฐาน
    – สร้างระบบป้องกันและส่งเสริมสุขภาพอย่างเป็นธรรม
  • วิธีการเข้ารักษาที่คลีนิคโรคจากการทำงาน
    – ลูกจ้างที่สงสัยว่าเจ็บป่วยด้วยโรคจากการทำงานสามารถเข้ารับบริการตรวจวินิจฉัยได้ที่คลีนิคโรคที่เกิดจากการทำงาน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
    – แจ้งยื่นการประสบอันตรายตามแบบ กท.16 ต่อสำนักงานประกันสังคมในเขตที่ลูกจ้างทำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาเพื่อขอหนังสือส่งตัวไปยังโรงพยาบาลที่ให้บริการคลีนิคโรคจากการทำงาน หรือติดต่อคลีนิคโรคจากการทำงานโดยตรง
    – กรณีถือบัตรรับรองสิทธิของโรงพยาบาลที่ให้บริการคลีนิคโรคจากการทำงาน สามารถเข้ารับบริการได้โดยติดต่อคลีนิคประกันสังคม เพื่อตรวจคัดกรองเบื้องต้น หากคัดกรองเบื้องต้นเเล้วสงสัยว่าเจ็บป่วยด้วยโรคจากการทำงาน จะส่งต่อไปยังคลีนิคโรคจากการทำงาน
    – กรณีลูกจ้างเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยไม่ได้เเจ้งการประสบอันตราย หากผลการตรวจวินิจฉัยพบว่า ลูกจ้าเจ็บป่วยจากการทำงานให้แจ้งนายจ้างยื่นแบบการประสบอันตราย(กท.16) ภายใน 15 วันต่อสำนักงานประกันสังคมโดยตรง
    – กรณีผลการตรวจลูกจ้างไม่เจ็บป่วยจากการทำงาน ลูกจ้างไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจวินิจฉัยเนื่องจากกองทุนทดแทนให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายแก่โรงพยาบาลเเล้ว
  • คลีนิคโรงจากการทำงานมที่ใดบ้าง
    สามารถตรวจสอบรายชื่อคลีนิคโรคจากการทำงานได้ที่ www.sso.go.th
Facebook Comments
กองทุนเงินทดแทน (ภาษาลาว)